สอบราชการ ภาค ก ภาค ข ภาค ค ต่างกันอย่างไร? สรุปขั้นตอนและวิชาสอบสำหรับมือใหม่
ทำความเข้าใจโครงสร้างการสอบแข่งขันเข้ารับราชการพลเรือนสามัญ ภาค ก ภาค ข ภาค ค คืออะไร ใครเป็นผู้จัดสอบ วิชาที่ใช้วัดผล พร้อมสรุปขั้นตอนเตรียมตัวสู่การบรรจุอย่างถูกต้อง

สอบราชการ ภาค ก ภาค ข ภาค ค ต่างกันอย่างไร? สรุปขั้นตอนและวิชาสอบสำหรับมือใหม่
สำหรับผู้ที่เริ่มต้นสนใจเข้ารับราชการ คำถามแรกที่มักพบคือ "การสอบราชการแบ่งเป็นกี่ภาค และแต่ละภาคมีความหมายอย่างไร?"
สำหรับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญโดยทั่วไป ผู้สมัครจะพบการประเมิน 3 ภาคหลัก ได้แก่ ภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป), ภาค ข (ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง), และ ภาค ค (ความเหมาะสมกับตำแหน่ง) ซึ่งแต่ละภาคมีองค์กรผู้จัดสอบและเป้าหมายในการวัดผลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
สรุปความแตกต่าง: ภาค ก vs ภาค ข vs ภาค ค
| หัวข้อ | ภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป) | ภาค ข (ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง) | ภาค ค (ความเหมาะสมกับตำแหน่ง) |
|---|---|---|---|
| เป้าหมายหลัก | วัดทักษะการคิดวิเคราะห์ ภาษา และพื้นฐานการเป็นข้าราชการที่ดี | วัดความรู้เชิงลึก กฎหมาย และทักษะวิชาชีพตรงตามสายงาน | ประเมินบุคลิกภาพ ทัศนคติ ประวัติ และความพร้อมในการปฏิบัติงาน |
| ผู้จัดสอบ | สำนักงาน ก.พ. (หรือองค์กรกลางของแต่ละสายงาน) | ส่วนราชการ/กรม/กระทรวง ที่เปิดรับสมัคร | ส่วนราชการเจ้าสังกัดที่เปิดรับสมัคร |
| เนื้อหาที่วัดผล | 1. การคิดวิเคราะห์ (คณิต/ไทย) 2. ภาษาอังกฤษ 3. กฎหมายและระเบียบข้าราชการที่ดี | กฎหมายเฉพาะหน่วยงาน, พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง, ความรู้ทางเทคนิควิชาชีพ | การสอบสัมภาษณ์, การประเมินผลงาน, การทดสอบจิตวิทยาหรือสมรรถนะ |
| การนำผลไปใช้ | ได้รับหนังสือรับรอง (e-Certificate) ใช้ยื่นสมัคร ภาค ข | ใช้จัดลำดับคะแนนข้อเขียนเพื่อผ่านเข้าสู่ ภาค ค | รวมคะแนนเพื่อขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้และเรียกบรรจุ |
| ความถี่ในการจัดสอบ | จัดสอบเป็นรอบประจำปี (เช่น ก.พ. ภาค ก Paper & Pencil และ e-Exam) | จัดสอบตามความต้องการอัตรากำลังของแต่ละหน่วยงาน | จัดสอบต่อเนื่องหลังจากประกาศผลสอบผ่าน ภาค ข |
1. ภาค ก คืออะไร (ความรู้ความสามารถทั่วไป)
ภาค ก คือ การสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไปขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการปฏิบัติราชการ โดยสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญจะมี สำนักงาน ก.พ. (ก.พ.) เป็นหน่วยงานกลางในการจัดสอบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
โครงสร้างวิชาสอบ ภาค ก (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
- วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (100 คะแนน): ครอบคลุมการคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ (คณิตศาสตร์ทั่วไป อนุกรม ตารางข้อมูล), การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรม (ตรรกศาสตร์และเหตุผลสัมพันธ์), และการคิดวิเคราะห์เชิงภาษา (การอ่านจับใจความ การสรุปความ และการเรียงประโยคภาษาไทย)
- วิชาภาษาอังกฤษ (50 คะแนน): วัดทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน ไวยากรณ์ คำศัพท์ และการอ่านบทความเข้าใจความ
- วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (50 คะแนน): วัดความรู้พื้นฐานด้านกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ร.ฎ. หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี กฎหมายมาตรฐานทางจริยธรรม และหน้าที่วินัยข้าราชการ
เมื่อสอบผ่านตามเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด ผู้สอบจะได้รับ "หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป" (e-Certificate) เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการสมัครสอบ ภาค ข
2. ภาค ข คืออะไร (ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง)
ภาค ข คือ การสอบวัดความรู้ ทักษะ และสมรรถนะเฉพาะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้น ๆ โดย ส่วนราชการแต่ละแห่ง (เช่น กรมสรรพากร, กรมที่ดิน หรือกระทรวง/กรมต่าง ๆ) จะเป็นผู้จัดสอบเอง ตามความต้องการและตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร
ลักษณะข้อสอบใน ภาค ข
ข้อสอบจะถูกออกแบบให้ตรงกับลักษณะงานและมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง โดยขอบเขตวิชาสอบของแต่ละตำแหน่งจะมีความแตกต่างกันไปตามประกาศรับสมัครของแต่ละหน่วยงาน ตัวอย่างเนื้อหาที่อาจพบ เช่น:
- ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน: อาจทดสอบเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ การจัดทำแผนงานและโครงการ การติดตามประเมินผล และการวิเคราะห์งบประมาณ
- ตำแหน่งนิติกร: อาจทดสอบกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ กฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ และกฎหมายเฉพาะของหน่วยงาน
- ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี: อาจทดสอบระบบการเงินการคลังภาครัฐ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง และระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ผู้สมัครสอบ ภาค ข ในระบบการสอบแข่งขันทั่วไป จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่ประกาศรับสมัครกำหนด และต้องเป็นผู้ที่สอบผ่าน ภาค ก ในระดับวุฒิการศึกษาที่ระบุไว้
3. ภาค ค คืออะไร (ความเหมาะสมกับตำแหน่ง)
ภาค ค คือ ขั้นตอนสุดท้ายของการคัดเลือก ซึ่งเป็นการประเมินความเหมาะสมของบุคคลกับตำแหน่งงาน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สมัครมีความพร้อมในการทำงานร่วมกับองค์กร โดยหน่วยงานต้นสังกัดจะเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก
สิ่งที่ประเมินใน ภาค ค
- การสอบสัมภาษณ์ (Interview): ประเมินทัศนคติ บุคลิกภาพ มนุษยสัมพันธ์ ปฏิภาณไหวพริบ และแรงจูงใจในการรับราชการ
- การประเมินประวัติและผลงาน: ตรวจสอบประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน พฤติกรรม และความประพฤติ
- การทดสอบเพิ่มเติม (ขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงาน): บางตำแหน่งอาจมีการทดสอบสมรรถภาพทางกายภาพ หรือการทดสอบภาคปฏิบัติด้านคอมพิวเตอร์ตามที่ระบุในประกาศ
เมื่อผ่านการประเมิน ภาค ค ส่วนราชการจะนำคะแนนตามหลักเกณฑ์ในประกาศมาจัดลำดับเพื่อ "ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้" และเรียกบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการตามลำดับที่
เส้นทางสอบราชการโดยทั่วไป
สำหรับผู้ที่ตั้งเป้าหมายบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญผ่านระบบการสอบแข่งขัน เส้นทางมาตรฐานส่วนใหญ่จะดำเนินตามลำดับดังนี้:
[ขั้นตอนที่ 1] สมัครและสอบผ่าน "ภาค ก" ของสำนักงาน ก.พ.
↓
[ขั้นตอนที่ 2] ติดตามประกาศรับสมัครของส่วนราชการที่มีตำแหน่งตรงกับวุฒิ
↓
[ขั้นตอนที่ 3] สมัครและเข้าสอบข้อเขียน "ภาค ข" เฉพาะตำแหน่งของหน่วยงานนั้น
↓
[ขั้นตอนที่ 4] เข้าสอบสัมภาษณ์ "ภาค ค" ประเมินความเหมาะสม → ขึ้นบัญชีและรับการบรรจุ
(หมายเหตุ: ในบางกรณีอาจมีรูปแบบพิเศษ เช่น การสอบ ภาค ก พิเศษ สำหรับผู้ที่สอบผ่าน ภาค ข ของส่วนราชการที่ขอเปิดสอบร่วมกับ ก.พ. หรือการคัดเลือกบรรจุในกรณีพิเศษที่มีกฎเกณฑ์เฉพาะ)
ทุกงานราชการต้องผ่าน ก.พ. ภาค ก หรือไม่?
คำตอบคือ "ไม่จำเป็นต้องผ่าน ก.พ. ภาค ก เสมอไปสำหรับทุกงานในภาครัฐ"
ระบบ ภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. เป็นข้อบังคับหลักสำหรับการสอบแข่งขันเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญ แต่ในระบบงานภาครัฐยังมีกลุ่มงานและหน่วยงานที่มีระเบียบการสรรหาเฉพาะตัว เช่น:
- พนักงานราชการและลูกจ้าง: ใช้กระบวนการสรรหาและเลือกสรรตามประกาศของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งไม่ได้จำเป็นต้องใช้ผลสอบ ภาค ก ของ ก.พ. ในทุกกรณี
- ข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่น (อปท.): มีระบบและหลักเกณฑ์การสอบของตนเองผ่านคณะกรรมการกลาง
- องค์กรอิสระ ศาล รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานเฉพาะ: เช่น สำนักงานศาลยุติธรรม, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจ มักใช้กฎหมายและระเบียบการสรรหาคัดเลือกของตนเองโดยเฉพาะ
ข้อแนะนำสำคัญ: ผู้สมัครควรอ่าน "ประกาศรับสมัครสอบฉบับทางการ" ของแต่ละหน่วยงานอย่างละเอียดในหัวข้อ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง เพื่อตรวจสอบเงื่อนไขที่แท้จริง
ผู้เริ่มต้นควรเริ่มเตรียมตัวจากตรงไหน?
- ตรวจสอบวุฒิการศึกษาของตนเอง: ตรวจสอบการรับรองคุณวุฒิจากสำนักงาน ก.พ. เพื่อทราบว่าวุฒิการศึกษาของเราสามารถสมัครตำแหน่งข้าราชการใดได้บ้าง
- วางแผนสอบ ภาค ก ให้ผ่าน: หากเป้าหมายคือข้าราชการพลเรือนสามัญ การสอบ ภาค ก ให้ผ่านเป็นก้าวแรกที่ช่วยเปิดโอกาสในการสมัครสอบ ภาค ข ของหน่วยงานต่าง ๆ
- ติดตามประกาศและตรวจสอบคุณสมบัติ ภาค ข: เมื่อมีผลสอบ ภาค ก แล้ว ให้ติดตามประกาศของส่วนราชการที่เปิดรับ และตรวจว่าตำแหน่งนั้นกำหนดให้ใช้ผล ภาค ก ระดับใด รวมถึงวิชาและเนื้อหาเฉพาะตำแหน่งที่ต้องเตรียมตัว
- ศึกษาขอบเขตเนื้อหาตามประกาศรับสมัคร: วางแผนอ่านหนังสือและฝึกทำโจทย์โดยอิงตามหัวข้อวิชาที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครของหน่วยงานเป้าหมาย
บทสรุป
การสอบราชการจะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อเข้าใจโครงสร้างของระบบ:
- ภาค ก คือ การวัดความรู้ความสามารถทั่วไปขั้นพื้นฐาน
- ภาค ข คือ การวัดความรู้ความสามารถเฉพาะทางตามตำแหน่งงาน
- ภาค ค คือ การประเมินความเหมาะสมและความพร้อมในการปฏิบัติงานจริง
การเข้าใจบทบาทของแต่ละภาคจะช่วยให้ผู้สอบสามารถวางแผนจัดสรรเวลาอ่านหนังสือและเตรียมความพร้อมได้อย่างตรงจุดในทุกขั้นตอนของการก้าวเข้าสู่เส้นทางราชการ
เอกสารและแหล่งข้อมูลอ้างอิง
- [1]พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 — สำนักงาน ก.พ.วันที่เอกสาร: 25 มกราคม 2551
- [2]
- [3]
![[สตง.] นักวิเคราะห์นโยบายและแผน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fjrgegpgmxdxrneyaguqd.supabase.co%2Fstorage%2Fv1%2Fobject%2Fpublic%2Fpackage-assets%2Fpackages%2F20b7e68b-5657-4259-a4a0-19331a29abb0%2Flogo.webp%3Fv%3D1784691918319&w=3840&q=75)
![[สป.กษ.] นักวิเคราะห์นโยบายและแผน](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fjrgegpgmxdxrneyaguqd.supabase.co%2Fstorage%2Fv1%2Fobject%2Fpublic%2Fpackage-assets%2Fpackages%2Fa0b59b62-4e54-4d2e-99a2-99c59f96d20a%2Flogo.webp%3Fv%3D1786786481457&w=3840&q=75)