สอบ ก.พ. ภาค ก คืออะไร? สอบวิชาอะไร ผ่านกี่คะแนน ใช้ทำอะไรได้บ้าง
สอบ ก.พ. ภาค ก คืออะไร? สรุป 3 วิชาที่ใช้สอบ คะแนนเต็ม 200 คะแนน เกณฑ์ผ่านแต่ละวิชา ระดับวุฒิที่สมัครได้ Paper & Pencil กับ e-Exam ต่างกันอย่างไร และสอบผ่านแล้วใช้สมัครราชการอะไรได้บ้าง

สรุปสั้น ๆ: “สอบ ก.พ. ภาค ก” คือการสอบ ความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ใช้เป็นด่านพื้นฐานสำหรับการสมัครสอบข้าราชการพลเรือนสามัญในหลายตำแหน่ง
ข้อสอบมี 3 วิชา รวม 200 คะแนน และต้องผ่านเกณฑ์ของ แต่ละวิชา ไม่ใช่เพียงทำคะแนนรวมให้สูงพอ
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจสอบราชการ คำว่า
“ต้องมี ก.พ.”
“ผ่านภาค ก หรือยัง?”
“ใช้ใบ ก.พ. สมัครได้ไหม?”
เป็นคำที่เจอบ่อยมากในประกาศรับสมัคร
แต่จริง ๆ แล้ว “ภาค ก” คืออะไร? ต้องสอบวิชาไหน? ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน? และเมื่อสอบผ่านแล้วสามารถนำไปใช้ทำอะไรต่อได้บ้าง?
บทความนี้สรุปตั้งแต่พื้นฐานให้เข้าใจในครั้งเดียว
หากยังสับสนว่า ภาค ก ภาค ข และภาค ค ต่างกันอย่างไร สามารถอ่าน สอบราชการ ภาค ก ภาค ข ภาค ค ต่างกันอย่างไร? ก่อนหรือหลังบทความนี้ได้
ภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. มี 3 วิชา รวม 200 คะแนน และต้องผ่านเกณฑ์แยกเป็นรายวิชา
สอบ ก.พ. ภาค ก คืออะไร?
ชื่อทางการคือ
การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ.
หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า
“สอบ ก.พ. ภาค ก”
หน้าที่ของการสอบคือวัดความรู้และความสามารถพื้นฐานที่ใช้ในการเข้ารับราชการ ไม่ได้ทดสอบความรู้เฉพาะของตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง
จึงแตกต่างจาก
- ภาค ก → วัดความรู้ความสามารถทั่วไป
- ภาค ข → วัดความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
- ภาค ค → วัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง
โดยทั่วไปสำนักงาน ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการสอบภาค ก ส่วนการสอบภาค ข และภาค ค เมื่อมีตำแหน่งว่าง จะเป็นหน้าที่ของส่วนราชการที่เปิดรับสมัคร
สอบ ก.พ. ภาค ก มีทั้งหมดกี่วิชา?
หลักสูตรภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. มี 3 วิชา คะแนนเต็มรวม 200 คะแนน
| วิชา | คะแนนเต็ม |
|---|---|
| ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ | 100 |
| ภาษาอังกฤษ | 50 |
| ความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี | 50 |
| รวม | 200 |
แต่จุดสำคัญคือ
การสอบผ่านไม่ได้ดูเพียงคะแนนรวม 200 คะแนน
ผู้สอบต้องผ่าน เกณฑ์ของแต่ละวิชา ตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดด้วย

1. วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 100 คะแนน
วิชานี้มีคะแนนมากที่สุดในภาค ก
เนื้อหาหลักสามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วน
การคิดวิเคราะห์เชิงภาษา
เช่น
- การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
- การอ่านจับใจความ
- การหาประเด็นสำคัญ
- การสรุปความ
- การตีความบทความหรือข้อความ
- การใช้เหตุผลจากข้อมูลที่กำหนด
โจทย์ลักษณะนี้ไม่ได้วัดเพียงว่า “อ่านภาษาไทยได้หรือไม่”
แต่ดูว่าเราสามารถแยกข้อมูลสำคัญและสรุปเหตุผลจากข้อความได้แค่ไหน
การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรม
เป็นการหาความสัมพันธ์และข้อสรุปจาก
- คำ
- ข้อความ
- สัญลักษณ์
- รูปภาพ
- สถานการณ์
- แบบจำลอง
หัวใจคือการหา Pattern หรือความสัมพันธ์ แล้วเลือกข้อสรุปที่สมเหตุสมผล
การคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ
เกี่ยวข้องกับ
- คณิตศาสตร์เบื้องต้น
- การคำนวณ
- การเปรียบเทียบข้อมูล
- การวิเคราะห์เชิงปริมาณ
- การประเมินความเพียงพอของข้อมูล
ดังนั้นคำที่หลายคนใช้ว่า “คณิต ก.พ.” จริง ๆ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์
วิชาคิดวิเคราะห์ ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน?
เกณฑ์ขึ้นอยู่กับระดับวุฒิที่เข้าสอบ
| ระดับ | เกณฑ์ผ่าน |
|---|---|
| ปวช. / ต่ำกว่าปริญญาตรีตามระดับที่ ก.พ. กำหนด | ไม่น้อยกว่า 60% |
| ปริญญาตรี | ไม่น้อยกว่า 60% |
| ปริญญาโท | ไม่น้อยกว่า 65% |
ถ้าคิดจากคะแนนเต็ม 100
ระดับต่ำกว่าปริญญาตรีและปริญญาตรี
ต้องได้อย่างน้อย 60 คะแนน
ระดับปริญญาโท
ต้องได้อย่างน้อย 65 คะแนน
2. วิชาภาษาอังกฤษ 50 คะแนน
ภาษาอังกฤษใช้วัดความสามารถพื้นฐานด้านการสื่อสาร
หัวข้อหลักครอบคลุมเรื่อง เช่น
- คำศัพท์
- สำนวน
- โครงสร้างประโยค
- ความหมายตามบริบท
- Reading Comprehension
- การทำความเข้าใจข้อความหรือบทความ
- ความสามารถด้านการเขียนในระดับพื้นฐาน
ดังนั้นการเตรียมภาษาอังกฤษไม่ควรจำศัพท์เพียงอย่างเดียว
ควรฝึก
ศัพท์ + Grammar + Context + Reading
ควบคู่กัน
ภาษาอังกฤษต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน?
สำนักงาน ก.พ. กำหนดให้ทุกระดับต้องได้
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ภาษาอังกฤษเต็ม 50 คะแนน
ดังนั้นคิดเป็น
อย่างน้อย 25 คะแนนจาก 50 คะแนน
จุดนี้สำคัญมาก เพราะต่อให้วิชาอื่นทำคะแนนได้สูง แต่ถ้าภาษาอังกฤษต่ำกว่าเกณฑ์ ก็ยังไม่ถือว่าผ่านภาค ก
3. วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี 50 คะแนน
วิชานี้วัดพื้นฐานที่ผู้ปฏิบัติราชการควรเข้าใจ
สำนักงาน ก.พ. ระบุเนื้อหาครอบคลุมเรื่อง เช่น
- ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
- หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
- หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
- เจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ
ดังนั้นอย่ามองว่าเป็นเพียง “วิชากฎหมาย”
เพราะโจทย์สามารถวัดทั้งความรู้เรื่องระบบราชการ หลักการทำงานของรัฐ และพฤติกรรมที่เหมาะสมของข้าราชการ
วิชาข้าราชการที่ดี ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน?
เกณฑ์คือ
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
คะแนนเต็ม 50 คะแนน
คิดเป็น
อย่างน้อย 30 คะแนนจาก 50 คะแนน
สรุปคะแนนผ่านภาค ก แบบจำง่าย
| วิชา | เต็ม | เกณฑ์ปริญญาตรี | คะแนนขั้นต่ำ |
|---|---|---|---|
| คิดวิเคราะห์ | 100 | 60% | 60 |
| ภาษาอังกฤษ | 50 | 50% | 25 |
| ข้าราชการที่ดี | 50 | 60% | 30 |
| รวมคะแนนเต็ม | 200 | — | — |
สำหรับระดับปริญญาโท ความแตกต่างสำคัญคือ วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ต้องได้ไม่น้อยกว่า 65%
จำให้ดี: ไม่ใช่ว่าได้คะแนนรวม 120 จาก 200 แล้วจะผ่านทันที เพราะต้องผ่านเกณฑ์ของแต่ละวิชาด้วย
ตัวอย่าง
ผู้สอบได้
- คิดวิเคราะห์ 80
- อังกฤษ 24
- ข้าราชการที่ดี 40
รวมถึง 144 คะแนน
แต่ภาษาอังกฤษได้เพียง 24/50 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 50%
จึง ยังไม่ผ่าน
ภาค ก สมัครสอบได้ในระดับวุฒิอะไรบ้าง?
สำนักงาน ก.พ. เปิดการสอบภาค ก ตามระดับวุฒิหลัก ได้แก่
- ปวช. หรือเทียบเท่า
- ปวท. / อนุปริญญา / ปวส. หรือเทียบเท่า
- ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า
- ปริญญาโท หรือเทียบเท่า
จึงควรเลือกสมัครระดับให้ตรงกับคุณวุฒิและเส้นทางตำแหน่งที่ต้องการใช้ผลสอบ
Paper & Pencil กับ e-Exam ต่างกันอย่างไร?
ปัจจุบันคนที่พูดถึง “สอบ ก.พ.” มักจะเจออย่างน้อยสองรูปแบบหลัก
Paper & Pencil
เป็นการสอบแบบกระดาษ
ผู้สอบทำข้อสอบและระบายคำตอบตามระบบที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด
e-Exam
เป็นการสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
หลักการสำคัญยังคงเป็นการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. เช่นเดียวกัน แต่รูปแบบการทำข้อสอบและการจัดรอบสอบแตกต่างกัน
สำนักงาน ก.พ. ยังมี ภาค ก สำหรับส่วนราชการต่าง ๆ หรือภาค ก พิเศษ ในบางกรณีด้วย
ดังนั้นก่อนสมัครควรอ่านประกาศของรอบนั้นเสมอ เพราะกำหนดการ จำนวนที่นั่งสอบ และกระบวนการสมัครอาจต่างกัน
สอบผ่านภาค ก แล้วได้อะไร?
เมื่อผ่านตามเกณฑ์และดำเนินการตามเงื่อนไขของสำนักงาน ก.พ. แล้ว ผู้สอบสามารถได้รับ
หนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ.
หรือที่หลายคนเรียกง่าย ๆ ว่า
“ใบ ก.พ.”
ปัจจุบันผู้สอบผ่านสามารถพิมพ์หนังสือรับรองผ่านระบบของสำนักงาน ก.พ. ตามกำหนดของแต่ละรอบสอบ
หนังสือรับรองนี้ใช้เป็นหลักฐานว่าผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปตามระดับที่ระบุไว้
ใบ ก.พ. ใช้ทำอะไร?
ประโยชน์หลักคือใช้เป็นคุณสมบัติในการสมัครสอบแข่งขันของส่วนราชการที่ประกาศกำหนดให้ผู้สมัครต้อง
“เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ.”
เมื่อมีหน่วยงานเปิดตำแหน่ง เช่น
- นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
- นักทรัพยากรบุคคล
- นักวิชาการศึกษา
- นักวิชาการเงินและบัญชี
- นิติกร
- ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนอื่นตามประกาศ
ผู้สมัครต้องตรวจว่า
- ตำแหน่งรับวุฒิอะไร
- เรามีวุฒิตรงหรือไม่
- ต้องผ่านภาค ก หรือไม่
- ต้องใช้ผลภาค ก ระดับใด
แล้วจึงสมัครสอบ ภาค ข เฉพาะตำแหน่ง ของหน่วยงานนั้นต่อไป
สำคัญ: มีใบ ก.พ. ไม่ได้หมายความว่าสมัครได้ทุกตำแหน่ง เพราะยังต้องมีวุฒิ สาขาวิชา และคุณสมบัติเฉพาะตามประกาศรับสมัครด้วย
หากต้องการเข้าใจเรื่องนี้เพิ่มเติม สามารถอ่าน ไม่มีใบ ก.พ. สมัครราชการได้ไหม? งานไหนสมัครได้ และงานไหนต้องใช้ผลสอบภาค ก
ใบ ก.พ. มีวันหมดอายุไหม?
ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.พ. หนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก
สามารถใช้ได้ตลอดไป เว้นแต่ ก.พ. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น
จึงไม่ใช่ใบรับรองที่ต้องกลับมาสอบใหม่ทุกปีเพียงเพราะเวลาผ่านไป
อย่างไรก็ตาม เวลานำไปสมัครสอบ ต้องตรวจสอบด้วยว่า
- ระดับผลสอบภาค ก ตรงตามประกาศหรือไม่
- คุณวุฒิของเราตรงหรือไม่
- หน่วยงานกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมหรือไม่
ให้ยึดประกาศรับสมัครในครั้งนั้นเป็นหลักเสมอ
ภาค ก ระดับสูงกว่า ใช้สมัครระดับต่ำกว่าได้ไหม?
ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.พ. หนังสือรับรองผลภาค ก ในระดับวุฒิที่สูงกว่า สามารถนำไปใช้ในการสอบแข่งขันในระดับวุฒิที่ต่ำกว่าได้
ตัวอย่างเช่น หากประกาศยอมรับตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ผู้ที่ผ่านภาค ก ระดับปริญญาโทอาจนำผลไปใช้กับตำแหน่งที่รับระดับปริญญาตรีได้
แต่ต้องไม่ลืมว่า
“ผ่านภาค ก ระดับสูงกว่า” ไม่ได้แทนคุณวุฒิเฉพาะของตำแหน่ง
หากตำแหน่งต้องการวุฒิหรือสาขาเฉพาะ ผู้สมัครก็ยังต้องมีคุณวุฒินั้นตามประกาศอยู่ดี
สอบผ่านภาค ก แล้ว ต้องทำอะไรต่อ?
ภาค ก ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการสอบราชการ
สำหรับเส้นทางสอบแข่งขันข้าราชการพลเรือนสามัญโดยทั่วไป สามารถมองเป็น
สอบผ่านภาค ก
↓
ติดตามตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
↓
ตรวจวุฒิและคุณสมบัติ
↓
สมัครสอบภาค ข เฉพาะตำแหน่ง
↓
ผ่านภาค ข
↓
เข้าสู่ภาค ค / การประเมินความเหมาะสม
↓
ขึ้นบัญชีและเข้าสู่กระบวนการเรียกบรรจุตามเงื่อนไขของหน่วยงาน
สามารถติดตาม ข่าวรับสมัครราชการล่าสุด เพื่อหาตำแหน่งที่กำลังเปิดรับได้
แล้วทุกงานราชการต้องใช้ภาค ก ไหม?
ไม่ใช่
นี่เป็นจุดที่มือใหม่สับสนมาก
คำว่า “งานราชการ” ในชีวิตประจำวันอาจหมายรวมถึงหลายระบบ เช่น
- ข้าราชการพลเรือนสามัญ
- พนักงานราชการ
- ลูกจ้าง
- การสอบท้องถิ่น
- หน่วยงานที่มีระบบบริหารบุคคลเฉพาะ
ระบบเหล่านี้ไม่ได้ใช้ผลภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. เหมือนกันทั้งหมด
ดังนั้นอย่าตัดสินจากคำว่า “หน่วยงานราชการ”
ให้เปิดประกาศแล้วค้นคำว่า
“ผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ.”
หากประกาศกำหนดไว้ จึงต้องมีผลสอบตามระดับและเงื่อนไขนั้น
ถ้าจะเริ่มเตรียมสอบภาค ก ควรอ่านอะไรก่อน?
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจากทำความเข้าใจโครงข้อสอบก่อน แล้วลองทำข้อสอบเพื่อหา Baseline ของตัวเอง
ตัวอย่างเช่น
ถ้าคิดวิเคราะห์อ่อน
เน้น
- อ่านจับใจความ
- อนุกรม / ความสัมพันธ์
- เงื่อนไขและเหตุผล
- คณิตศาสตร์พื้นฐาน
- การวิเคราะห์ข้อมูล
ถ้าภาษาอังกฤษอ่อน
เน้น
- Vocabulary
- Grammar
- Context
- Reading Comprehension
และควรทำทุกวัน เพราะภาษาเป็นทักษะที่ใช้เวลาสะสม
ถ้าข้าราชการที่ดีอ่อน
เริ่มทำความเข้าใจภาพรวมกฎหมายก่อน
กฎหมายนี้มีไว้ทำอะไร → ใครมีอำนาจ → ขั้นตอนคืออะไร → มีข้อยกเว้นอะไร
แล้วจึงฝึกข้อสอบ
อย่ารอ “อ่านครบ” แล้วค่อยทำข้อสอบ
หนึ่งในวิธีเตรียมตัวที่เสียเวลาคือ
อ่านหนังสือให้ครบทุกบทก่อน แล้วค่อยเริ่มทำโจทย์
เพราะเราอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์โดยยังไม่รู้เลยว่าเรื่องไหนตัวเองทำได้จริง
วิธีที่เหมาะกว่าคือ
อ่าน → ทำโจทย์ → ดูข้อผิด → กลับไปอ่าน → ทำใหม่
ตัวอย่าง
ถ้าทำข้อสอบภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์อยู่แล้ว แต่คิดวิเคราะห์ได้เพียง 45/100
แสดงว่าเวลาช่วงต่อไปควรเพิ่มน้ำหนักไปที่การคิดวิเคราะห์
การเตรียมสอบจึงควรอิง จุดอ่อนของเรา ไม่ใช่อ่านทุกวิชาด้วยเวลาเท่ากันเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ภาค ก เต็มกี่คะแนน?
รวม 200 คะแนน แบ่งเป็นคิดวิเคราะห์ 100 คะแนน ภาษาอังกฤษ 50 คะแนน และความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี 50 คะแนน
ปริญญาตรีต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน?
ต้องผ่านเป็นรายวิชา ได้แก่ คิดวิเคราะห์อย่างน้อย 60/100, ภาษาอังกฤษอย่างน้อย 25/50 และข้าราชการที่ดีอย่างน้อย 30/50
ถ้าคะแนนรวมเกิน 60% แต่ตกภาษาอังกฤษ ผ่านไหม?
ไม่ผ่าน เพราะสำนักงาน ก.พ. กำหนดเกณฑ์แยกแต่ละวิชา
สอบ ก.พ. ผ่านแล้วได้บรรจุเลยไหม?
ไม่ใช่ การสอบผ่านภาค ก เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ ยังต้องสมัครตำแหน่งที่เปิดรับและผ่านการสอบ/ประเมินตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานนั้นด้วย
ใบ ก.พ. ใช้ได้กี่ปี?
ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.พ. ใช้ได้ตลอดไป เว้นแต่ ก.พ. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น
มีใบ ก.พ. แล้วสมัครได้ทุกกระทรวงไหม?
ไม่ได้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจว่าตำแหน่งนั้นรับวุฒิของเรา สาขาของเราตรง และยอมรับผลภาค ก ในระดับที่เรามีหรือไม่
Paper & Pencil กับ e-Exam อันไหนดีกว่า?
เป้าหมายของทั้งสองแบบคือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. เหมือนกัน ความเหมาะสมจึงขึ้นกับรอบสอบ ที่นั่งสอบ รูปแบบที่ผู้สมัครถนัด และเงื่อนไขของประกาศในปีนั้น
สรุป

ถ้าต้องจำเรื่องภาค ก ให้เหลือเพียงภาพเดียว ให้จำว่า
ภาค ก = ความรู้ความสามารถทั่วไป
ประกอบด้วย
คิดวิเคราะห์ 100
+
ภาษาอังกฤษ 50
+
ข้าราชการที่ดี 50
รวม 200 คะแนน
สำหรับระดับปริญญาตรี เกณฑ์ผ่านคือ
60 + 25 + 30 ตามเกณฑ์รายวิชา
ไม่ใช่การนำคะแนนทุกวิชามารวมแล้วดูเพียงคะแนนรวม
เมื่อสอบผ่านแล้ว จะได้หลักฐานสำหรับใช้สมัครตำแหน่งที่กำหนดผลภาค ก จากนั้นจึงเดินต่อไปยังการสอบ ภาค ข เฉพาะตำแหน่ง และ ภาค ค ตามกระบวนการของหน่วยงาน
ดังนั้นภาค ก ไม่ใช่ “ข้อสอบที่ทำให้ได้เป็นข้าราชการทันที”
แต่เป็น หนึ่งในประตูสำคัญที่เปิดโอกาสให้สมัครสอบข้าราชการพลเรือนสามัญได้กว้างขึ้น
เอกสารและแหล่งข้อมูลอ้างอิง
- [1]
- [2]
- [3]

กิตติพงษ์ จงคล้ายกลาง
นักวิชาการศึกษานักวิชาการศึกษา และผู้เขียนบทความของ Sobdai เน้นเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับการสอบราชการ การสมัครสอบ และการเตรียมตัวสอบ โดยอ้างอิงประกาศและแหล่งข้อมูลทางการ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น